ความสำคัญและพันธกิจ

ปตท.สผ. ตระหนักถึงความสำคัญยิ่งของความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการทางระบบนิเวศ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในระดับโลก ปตท.สผ. กำหนดพันธกิจให้สอดคล้องกับเป้าหมายของกรอบงานความหลากหลายทางชีวภาพของโลก (Global Biodiversity Framework: GBF) เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทฯ มีส่วนสนับสนุนการอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการทางระบบนิเวศในระดับโลก บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงการก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด และมีการพิจารณาประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการทางระบบนิเวศอยู่ในกระบวนการตัดสินใจทางธุรกิจ โดยเน้นการส่งเสริมผลกระทบเชิงบวกต่อความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการทางระบบนิเวศในพื้นที่ที่เข้าไปดำเนินงาน

เป้าหมายสำคัญ

  • ไม่ดำเนินงานในพื้นที่มรดกโลกตามเกณฑ์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO)
  • สร้างผลกระทบสุทธิเชิงบวกสำหรับโครงการสํารวจและผลิตปิโตรเลียมใหม่ ในพื้นที่ความเสี่ยงสูงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป
  • ปราศจากผลกระทบต่อพื้นที่ป่าไม้สุทธิสำหรับโครงการสํารวจและผลิตปิโตรเลียมใหม่ที่บริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินการ ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป*

*พื้นที่ป่า ตามคำนิยามขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO – Food and Agriculture Organization of the United Nations) หมายถึง ป่าธรรมชาติและป่าปลูกที่มีพื้นที่มากกว่า 0.5 เฮกแตร์ และพื้นที่ทรงพุ่มปกคลุมมากกว่าร้อยละ 10 ของพื้นที่ โดยเป็นพื้นที่ที่มีต้นไม้หนาแน่นหรือขาดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งต้นไม้ควรมีความสูงไม่ต่ำกว่า 5 เมตร

แนวทางการบริหารจัดการ

เพื่อให้การดำเนินงานตามเป้าหมายเรื่องการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการทางระบบนิเวศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ ได้จัดทำแนวทางการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการทางระบบนิเวศ (Biodiversity and Ecosystem Services Management Guideline) โดยอ้างอิงแนวปฏิบัติสากล ได้แก่ แนวทางการพัฒนาแผนการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพสำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (A Guide to Developing Biodiversity Action Plans for the Oil and Gas Sector) ของสมาคมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของอุตสาหกรรมปิโตรเลียมนานาชาติ (Ipieca) และ Performance Standard 6: Biodiversity Conservation and Sustainable Management of Living Natural Resources ของ International Finance Corporation (IFC)

บริษัทฯ ได้นำหลักการตามลำดับขั้นของการบรรเทาผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Mitigation Hierarchy) มาประยุกต์ใช้ ประกอบด้วย การหลีกเลี่ยง (Avoid) การลดผลกระทบ (Minimize) การฟื้นฟู (Restore) และการชดเชย (Offset) ซึ่งได้ดำเนินการในทุกพื้นที่โครงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของบริษัทฯ ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา

การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการทางระบบนิเวศ

ปตท.สผ. มีแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการทางระบบนิเวศตั้งแต่ระยะก่อนเริ่มโครงการ ผ่านกระบวนการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โดยประเมินความเสี่ยงของโครงการในทุกระยะของการดำเนินงานซึ่งอาจผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการทางระบบนิเวศ พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้เป็นแนวทางการดำเนินงาน และการตรวจติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการทางระบบนิเวศเมื่อมีการดำเนินงานโครงการ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการทางระบบนิเวศสำหรับโครงการที่ ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินงานทั้งหมด ทั้งในระยะสำรวจและผลิตปิโตรเลียมมาตั้งแต่ปี 2560 โดยพิจารณาความเสี่ยงใน 2 มิติหลัก ได้แก่ 1) ความเสี่ยงจากผลกระทบที่ก่อให้เกิดการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ (Risk to Natural Habitat Loss) และ 2) ความเสี่ยงจากการตั้งอยู่ใกล้พื้นที่คุ้มครองและ/หรือพื้นที่สำคัญด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Risk to Recognized High Biodiversity Area)

ผลการประเมินล่าสุดพบว่า มี 2 โครงการที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพในระดับสูง ได้แก่ โครงการซอติก้า และโครงการยาดานา เฉพาะในส่วนของแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก โดยบริษัทฯ ได้จัดทำแผนการชดเชยความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Offset Management Plans: BOMP) สำหรับทั้ง 2 โครงการเสร็จสมบูรณ์แล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินงานและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการสูญเสียของชนิดพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ รวมถึงป้องกันและฟื้นฟูบริการระบบนิเวศที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้

นอกเหนือจากการการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการทางระบบนิเวศที่บริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินการแล้ว ปตท.สผ. ยังขยายขอบเขตการประเมินและบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและบริการระบบนิเวศให้สอดคล้องตามแนวทางของกรอบการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ (Taskforce on Nature-related Financial Disclosures: TNFD) ครอบคลุมทั้งโครงการที่บริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินการและไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการ รวมถึงกิจกรรมในห่วงโซ่คุณค่ากลางน้ำและปลายน้ำ (Midstream and Downstream Value Chain รวมทั้งสิ้น 45 โครงการ ผ่านการประยุกต์ใช้กระบวนการ LEAP

ทั้งนี้ ประเด็นด้านการพึ่งพาและผลกระทบต่อธรรมชาติที่มีนัยสำคัญ จะถูกนำไปประเมินเป็นความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจต่อไป หากพบประเด็นที่มีความเสี่ยงสูงและอาจส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์ การดำเนินงาน หรือความสามารถในการฟื้นตัวระยะยาว บริษัทฯ พิจารณากำหนดมาตรการลดผลกระทบและบูรณาการเข้าสู่กระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กรตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้

ในขณะเดียวกัน โอกาสที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกจากการประเมินดังกล่าว จะถูกบูรณาการเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินธุรกิจขององค์กรผ่านโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ

บริษัทฯ มีการติดตามความเสี่ยงและโอกาสผ่านตัวชี้วัดและเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการลดผลกระทบและการดำเนินโครงการต่าง ๆ มีประสิทธิภาพ และสามารถสนับสนุนความยั่งยืนของระบบนิเวศควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาวขององค์กรได้อย่างเหมาะสม รวมถึงดำเนินการการทบทวนความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพและบริการระบบนิเวศจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกรณีที่มีการพัฒนาโครงการใหม่หรือมีการขยายขอบเขตพื้นที่ดำเนินงานของบริษัทฯ

ความร่วมมือและเครือข่ายขับเคลื่อนด้านความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการทางระบบนิเวศ

ปตท.สผ. เข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมธุรกิจ และองค์กรเครือข่ายธุรกิจ ทั้งไทยและสากล เพื่อร่วมผลักดันการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในด้านต่าง ๆ โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาความร่วมมือและเครือข่ายเพื่อความยั่งยืนได้ที่ กรอบแนวคิดและเป้าหมายระยะยาวด้านความยั่งยืน นอกจากนั้น เรายังร่วมขับเคลื่อนนโยบายที่เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการทางระบบนิเวศโดยเฉพาะ อาทิ

  • IPIECA-IOGP Biodiversity and Ecosystem Services Working Group (BESWG) และ UN Environment Programme World Conservation Monitoring Centre (UNEP-WCMC) ตั้งแต่ปี 2559 โดยมีความร่วมมือในรูปแบบการแลกเปลี่ยนแนวทางการปฏิบัติที่ดี การให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อกำหนด/กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนโครงการสร้างผลกระทบเชิงบวก การพัฒนาศักยภาพและการอบรมบุคลากร รวมถึงความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการของระบบนิเวศ
  • กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการอนุรักษ์ทะเลเพื่อชีวิต (Ocean for Life) เพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการทรัพยากรและความหลากหลายทางทะเลเพื่อความยั่งยืน ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างรายได้สำหรับชุมชนใน 17 จังหวัดรอบพื้นที่อ่าวไทยที่บริษัทฯ ได้มีการดำเนินงานเป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 10 ปี ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปี 2573 และถึงปี 2582 สำหรับโครงการปลูกและบำรุงรักษาป่าชายเลนเพื่อคาร์บอนเครดิต
  • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการเสริมสร้างความยั่งยืนของมหาสมุทร เพื่อร่วมมือครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี ตั้งแต่ปี 2564 ถึงปี 2571 ในโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการประเด็นปัญหาสำคัญระดับประเทศ และระดับสากล โดยเฉพาะในโครงการประเภทตรวจติดตามสุขภาพของมหาสมุทรและความหลากหลายทางชีวภาพ
  • กรมประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAFDEC) ภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือครอบคลุมระยะเวลา 3 ปี (2565-2568) เพื่อกำหนดแนวทางการใช้ประโยชน์จากขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมอย่างเหมาะสมและเกิดความยั่งยืนต่อการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรประมง
  • สถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งประเทศไทย ร่วมมือกับผู้ประกอบการปิโตรเลียม ได้แก่ ปตท.สผ. และบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ความร่วมมือครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี (2566-2571) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการด้านผลประโยชน์ของชาติทางทะเล แลกเปลี่ยนความรู้ ร่วมสนับสนุนความช่วยเหลือด้านการศึกษาวิจัย ที่เกี่ยวข้องกับระบบนิเวศในอ่าวไทย บริเวณรอบแท่นผลิตปิโตรเลียมนอกชายฝั่งที่กำลังทยอยหมดอายุสัมปทาน เพื่อช่วยรักษาความหลากหลายชีวภาพทางทะเล
  • สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี (2566-2571) เกี่ยวกับความร่วมมือในการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ รวมถึงการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพในระดับพื้นที่ไปยังฐานข้อมูลของประเทศไทย ความร่วมมือดังกล่าวยังรวมถึงการสร้างความสมดุลให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อมในด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของประเทศ