การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
ความสำคัญและพันธกิจ
ปตท.สผ. ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินงานตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ เพื่อลดผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งครอบคลุมทั้งประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลพิษทางอากาศ ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ด้านทรัพยากรน้ำ ด้านของเสีย และด้านการรั่วไหล และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม รวมถึงการปลูกฝังค่านิยมในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ การปกป้องสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์ และการจัดการอย่างยั่งยืน
เป้าหมายสำคัญ
บริษัทฯ กำหนดเป้าหมายระยะยาวเชิงกลยุทธ์ เพื่อเป็นดัชนีชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญถ่ายทอดไปยังหน่วยปฏิบัติการผ่านเป้าหมายและแผนการดำเนินงานประจำปี รวมถึงติดตามและรายงานข้อมูลผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมต่อผู้บริหารตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเหมาะสม
โดยเป้าหมายระยะยาวเชิงกลยุทธ์และการรายงานข้อมูลผลการดำเนินงานในด้านสิ่งแวดล้อมนี้ ครอบคลุมเฉพาะโครงการซึ่ง ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการเท่านั้น

- 1 บรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2593 ครอบคลุม Scope 1 และ Scope 2 ในธุรกิจ E&P ที่ ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการ
- 2 ลดปริมาณความเข้มของการปล่อยก๊าซมีเทนให้ได้เหลือน้อยกว่าร้อยละ 0.2 ภายในปี 2573
- 3 ไม่ดำเนินงานในพื้นที่มรดกโลกตามเกณฑ์ขององค์การยูเนสโก (UNESCO)
- 4 สร้างผลกระทบสุทธิเชิงบวกสำหรับโครงการสํารวจและผลิตปิโตรเลียมใหม่ ในพื้นที่ความเสี่ยงสูงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป
- 5 ปราศจากผลกระทบต่อพื้นที่ป่าไม้สุทธิสำหรับโครงการสํารวจและผลิตปิโตรเลียมใหม่ที่บริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินการ ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป*
- 6 หลีกเลี่ยงการดำเนินงานในพื้นที่เสี่ยงต่อภาวะขาดแคลนน้ำ และบริหารจัดการไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนผู้ใช้น้ำ
- 7 ปราศจากการปล่อยน้ำจากกระบวนการผลิตออกสู่สิ่งแวดล้อม**
- 8 นําโครงสร้างหลักของธุรกิจสํารวจและผลิตปิโตรเลียมมาใช้ใหม่ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 โดยยังคงสภาพการทำงานที่เหมาะสม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ภายใน ปี 2573
- 9 ปราศจากของเสียที่กำจัดโดยวิธีฝังกลบภายใน ปี 2573
- 10 ปราศจากการหกรั่วไหล
* พื้นที่ป่า อ้างถึงคำนิยามขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO – Food and Agriculture Organization of the United Nations) หมายถึง ป่าธรรมชาติและป่าปลูกที่มีพื้นที่มากกว่า 0.5 เฮกแตร์ และพื้นที่ทรงพุ่มปกคลุมมากกว่าร้อยละ 10 ของพื้นที่ โดยเป็นพื้นที่ที่มีต้นไม้หนาแน่นหรือขาดการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งต้นไม้ควรมีความสูงไม่ต่ำกว่า 5 เมตร
** เป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศที่ ปตท.สผ. ดำเนินงาน
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยปฏิบัติตาม นโยบายด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SSHE) และนโยบายด้านความยั่งยืน ครอบคลุมการปกป้องสิ่งแวดล้อม การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และการกำหนดให้พนักงาน ผู้ร่วมทุน คู่ค้า ตลอดจนผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานในนามของบริษัทปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว
โครงสร้างการกำกับดูแล
ปตท.สผ. มอบหมายคณะกรรมการความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ของ ปตท.สผ (PTTEP SSHE Council) ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับความปลอดภัย ความมั่นคง อาชีวอนามัย ของ ปตท.สผ.ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารทำหน้าที่เป็นประธาน นอกจากนี้ หากมีประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์และความยั่งยืนจะถูกส่งผ่านไปพิจารณายังคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลกลยุทธ์และกรอบแนวคิดด้านความยั่งยืนขององค์กร (ครอบคลุมถึงมิติสิ่งแวดล้อม) รวมถึงความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางและติดตามการดำเนินงาน ตลอดจนประเมินผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านความยั่งยืน
ระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ มีระบบบริหารการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของตนเอง ซึ่งผนวกรวมในระบบการบริหารจัดการความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ของ ปตท.สผ. (PTTEP SSHE Management System) ซึ่งถูกออกแบบให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากล อาทิ ระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมตามแนวทางของสมาคมผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซนานาชาติ (International Association of Oil and Gas Producers – IOGP) และ ISO 14001 : 2015 ระบบมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
ปัจจุบัน บริษัทฯ ใช้ระบบการบริหารจัดการความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ของ ปตท.สผ. ในโครงการที่บริษัทเป็นผู้ดำเนินการ ครอบคลุมทุกกิจกรรมในระยะสำรวจ ผลิต และรื้อถอน รวมถึงกิจกรรมสนับสนุน เช่น การขนส่งผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการของเสีย และการบริหารจัดการด้านห่วงโซ่อุปทานและโลจิสติกส์ เป็นต้น และเพื่อให้มั่นใจว่าระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมดำเนินการได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ จึงได้มีการทวนสอบการดำเนินงานผ่านหน่วยงานรับรองภายนอกที่เชื่อถือได้ โดยได้รับการรับรองทั้งตามมาตรฐานสากล ISO 14001:2015 (Certificates) จาก SOCOTEC ซึ่งเป็นสถาบันที่ได้รับการรับรองจาก United Kingdom Accreditation Service สำหรับพื้นที่ปฏิบัติการในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ประเทศมาเลเซีย และฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียม จังหวัดสงขลาและจังหวัดระนอง และได้รับการประเมินการปฏิบัติงานเป็นตามระบบการบริหารจัดการความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ของ ปตท.สผ. สอดคล้องตามมาตรฐาน ISO 14001:2015 (Attestation Statement: Reasonable Level) จากบริษัทแอลอาร์คิวเอ (ประเทศไทย) จำกัด สำหรับพื้นที่ปฏิบัติการทั้งหมดในประเทศไทย
นอกจากนี้ เพื่อให้ระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมครอบคลุมการควบรวมและการเข้าซื้อกิจการ (Merger and Acquisition: M&A) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทฯ จึงกำหนดรายละเอียดการประเมินผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในขั้นตอนก่อน ระหว่าง และหลังควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (SSHE Due Diligence for M&A) ลงในระบบการบริหารจัดการความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ของ ปตท.สผ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ร่วมทุนจะปฏิบัติตามข้อกำหนดของ ปตท.สผ. ได้อย่างครบถ้วน
การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม
ปตท.สผ. ได้จัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของแต่ละโครงการพัฒนาปิโตรเลียมตามข้อกำหนดของกฎหมายของแต่ละประเทศที่โครงการตั้งอยู่ มาตรฐานของบริษัทฯ และ/ หรือ มาตรฐานสากล ตลอดจนประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้จากขั้นตอนการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมรวมถึงประเด็นเกี่ยวข้องด้านสังคมและสุขภาพ ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการบ่งชี้ประเด็นปัญหาและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทั้งกรณีเหตุการณ์ปกติ และเหตุการณ์ไม่ปกติ ที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงานในระยะต่าง ๆ ของแต่ละโครงการพัฒนาปิโตรเลียม อาทิ สำรวจ ผลิตปิโตรเลียม และรื้อถอน เป็นต้น เพื่อกำหนดเป็นมาตรการติดตามตรวจสอบและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ในการปฏิบัติงานในโครงการนั้น ๆ โดยมาตรการติดตามตรวจสอบและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ระบุอยู่ในรายงานประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม มีผลผูกพันทางกฎหมาย โดยบริษัทฯ และโครงการพัฒนาปิโตรเลียมมีหน้าที่ในการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งจากการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมและการสำรวจความคิดเห็น อาทิ ข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดจากการดำเนินโครงการพัฒนาปิโตรเลียม ข้อเสนอแนะในการป้องกัน บรรเทา และจัดการผลกระทบ เป็นต้น ประเด็นที่ได้รับจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียดังกล่าวจะถูกนำมาวิเคราะห์และกำหนดเป็นมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและติดตามตรวจสอบ เพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังและความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะชุมชนท้องถิ่น รวมถึงการสร้างการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานราชการหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเป็นระยะ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรับคำแนะนำและข้อเสนอแนะมาปรับปรุงการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ นอกเหนือจากแนวทางวิธีปฏิบัติในปัจจุบัน โดยตัวอย่างรายงานสรุปการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งกรณีศึกษา สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมในเอกสารที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวกับผลกระทบต่อการดำเนินงาน และมีการบริหารจัดการความเสี่ยงเหล่านั้นให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้เป็นประจำทุกปีตามกรอบแนวทางการบริหารความเสี่ยงองค์กร เพื่อกำหนดเป็นแผนการจัดการและลดผลกระทบที่เกี่ยวข้องในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการทางระบบนิเวศ และการจัดการทรัพยากรน้ำ การจัดการของเสีย เป็นต้น
การเปิดเผยผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ จัดให้มีการรายงานและเปิดเผยผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมเป็นประจำทุกปี โดยให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมที่ดำเนินงานโดยบริษัทฯ ให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง โปร่งใส ผ่านการทวนสอบจากหน่วยงานภายนอกที่มีความน่าเชื่อถือ โดยการรายงานและเปิดเผยผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมสอดคล้องกับมาตรฐานการรายงานของ Global Reporting Initiative (GRI) Standards และมาตรฐานกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ ที่ 11 (GRI 11: Oil and Gas Sector) โดยบริษัทฯ ได้มีการรายงานผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมเป็นประจำทุกเดือนผ่านระบบการรายงานผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Performance System - EPS) ในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งครอบคลุมดัชนีชี้วัด อาทิ ปริมาณไฮโดรคาร์บอนที่ผลิตได้ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก มลพิษทางอากาศ การใช้พลังงาน การใช้น้ำ การปล่อยน้ำทิ้ง การหกรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อม การบริหารจัดการน้ำจากกระบวนการผลิต การบริหารจัดการของเสีย และค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ ระบบการรายงานผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมสามารถวิเคราะห์ข้อมูลผลการดำเนินงานเพื่อนำไปปรับปรุงการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในแต่ละดัชนีชี้วัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังสามารถรายงานผลการดำเนินงานได้ตามความต้องการของหน่วยงานกำกับดูแลต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องเป็นไปตามกฎหมาย ครบถ้วนตามข้อกำหนดของบริษัทฯ โปร่งใสตามความความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะบนเว็บไซต์ของบริษัทเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่องที่ ผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน
นอกจากนี้ บริษัทฯ เข้าร่วมประเมินผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ผ่านสถาบันการประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่บริษัทฯ ให้ความสนใจ อาทิ S&P Global MSCI Sustainalytics CDP และ FTSE Russel เพื่อศึกษาแนวโน้มการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมตามแนวทางปฏิบัติที่ดีสากล และนำมาประยุกต์ ปรับปรุงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพัฒนาผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเทียบเคียงได้กับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน
ปตท.สผ. ให้ความสำคัญในด้านการปลูกฝังจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการสื่อสาร การฝึกอบรมในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างรู้คุณค่าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ปฏิบัติการ ฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียม พื้นที่สำนักงานใหญ่ และต่างจังหวัด